3/7/56

ศีลห้าจากพระอาจารย์(พระพุทธจี้กง) 5



บทขาดปัญญาเสพสุราของมึนเมา

คนเป็นสัตวืที่เกิดจากแรงกรรม แรงกรรมผลักดันพฤติกรรมความเป็นไปในชีวิตของคน การแสดงออกตามอนุสัยสันดานเป็นแรงกรรม ไม่เฉพาะเจ็บป่วยหนักจึงเรียกว่าแรงกรรม แรงกรรมเปลี่ยนแปลงได้ด้วยจิตใจมุ่งมั่นในความดีงาม
เขาว่าอาจารย์ขี้เมา ฉันเหล้า ฉันเนื้อสัตว์ ถ้าอย่างงั้นอาจารย์ก็ต้องลงนรกซิใช่ไหม อาจารย์สอนพวกเจ้าให้งดดื่มเหล้าเพราะพวกเจ้ากินนกเข้าไปตัวหนึ่งแล้วไม่อาจ ฉุดช่วยวิญญาณของเขาให้ไปเกิดเป็นคนได้
เมื่อแม้แต่ฉุดช่วยวิญญาณของตัวเองยังไม่ได้เลยเจ้าจึงต้องสำรวมละเว้นหลัง ดื่มเหล้าแล้วเจ้ายังคงรักษาสติสัมปชัญญะรักษากิริยาสง่างามอยู่ได้ไหม จุดนี้เจ้าจึงเทียบกับพระอริยเจ้าไม่ได้ บางครั้งพระอริยเจ้าอุบัติมาในโลกเพื่อล้อเล่นชีวิตแต่พระประวัติบางเรื่อง คนเล่าขาน หรือการแสดงก็แต่งเติมเป็นนิยายไป

ฉะนั้นในส่วนนี้จึงอย่าได้เอาพระองค์มาเป็นแบบอย่างข้ออ้างทำตาม แม้วิถีอนุตตรธรรมจะเป็นยานขึ้นสูง แต่ธรรมปฏิบัติตามทางสายกลางก็ยังคงต้องเริ่มต้นด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา อย่าเข้าใจว่าเมื่อได้จุดนี้จากพระอาจารย์แล้ว ได้รู้จุดสถิตจิตวิญญาณตนโดยฉับพลันแล้ว จะกล่าวอ้างว่ารู้แจ้งเห็นจริงได้
อนุสัยสันดานเดิมของเจ้าที่ติดตามมา เจ้าได้ชำระแล้วหรือ ? หนี้เวรกรรมจากหกหมื่นปีที่ผ่านมา เจ้าลอกออกทีละชั้นได้หรือยัง ? เจ้าได้สร้างสมบุญกุศลได้เจริญปณิธานใช้หนี้เขาไปหรือยัง ?
ฉะนั้น เจ้าจึงจำต้องค่อยสำรวมระวังบำเพ็ญไป ขณะนี้พวกเจ้าก็ดีแต่เผยแพร่นำพาคนให้ได้รับธรรมะ ไม่ได้ย้อนมองภายในจิตใจของตนเองเลย กิเลสตัณหา อนุสัยในสันดานมีอยู่เท่าไร รู้ไหม ทำไมคนจึงเวียนว่ายเกิดตายในชีววิถีหกไม่จบสิ้น มันเวียนว่ายไปตามแรงของสันดาน

แม่บ้านทำอาหารชอบจะเหยาะเหล้าแต่งกลิ่นสักเล็กน้อย คิดว่าไม่ถึงกับทำให้มึนเมา หารู้ไม่ว่าจะติดเป็นนิสัยแล้วจะแก้ยาก ผู้ชายพอนึกถึงงานเลี้ยงนึกถึงเรื่องเสริมสร้างสุขภาพก็จะนึกถึงเหล้า ผู้บวชบำเพ็ญกินอาหารวันละสองมื้อ หน้าตาสดใส เลือดฝาดสมบูรณ์ ไม่เห็นจะต้องอาศัยเหล้ามาบำรุง มันอยู่ที่พลังจิตต่างหาก ทางที่ดีอย่าแตะต้องมันเลย
เจ้าจะใช้เหล้าได้ในโอกาสใด เมื่อเจ็บป่วย หมอให้ยาที่ต้องใส่เหล้า ดองเหล้าแต่ไม่ให้ถึงกับมึนเมา หายป่วยแล้วให้เลิกไปเลยไม่ให้ติดใจ
ยาผสมเหล้าใช้ทาภายนอกไม่เป็นไร ดื่มเหล้าทำให้ทรัพย์สินเสียหายบุญวาสนาค่อย ๆ ลดน้อยลง ไม่ดื่มเหล้าและไม่ให้เหล้าแก่ใคร เดินทางไปต่างประเทศก็ไม่ช่วยซื้อไม่ช่วยหอบหิ้วเหล้าให้ใคร ไม่ค้าขายเหล้า เขากินเข้าไปแล้วขาดสติ ทำความชั่วอะไรลงไปบ้าง
ความผิดบาปตรงนั้นเกิดจากเหล้าที่เจ้าให้เขา ขายเขา หรือช่วยหอบหิ้วมาให้เขา ฯ เจ้าคิดว่าเจ้ามีส่วนด้วยไหมกับความผิดบาปนั้น เขาจะดูถูกว่า “น้ำหน้าผู้หญิง” กินเหล้าสูบบุหรี่ขี่รถซิ่งไม่เป็น ยังดีกว่าที่เจ้าจะเอาอย่างเขา เขาสอนให้เจ้าตกนรกรู้ไหม โรคตับ หัวใจ เบาหวาน มะเร็งในกระเพาะอาหาร ฯ จะเกิดตามมาตั้งแต่โบราณมาเราเสียคนดี ๆ ไปมากแล้วเพราะเหล้า

อริยกวี “หลี่ไป๋” คนหนึ่งละที่เมาเหล้าแล้วจมน้ำตาย เพราะลงไปอุ้มดวงจันทร์ในน้ำ กลิ่นเหล้าเต็มตัวอย่างนี้ เมื่อมีเหตุร้ายเจ้าจะให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พระองค์ใดเข้าใกล้มาฉุดช่วย ผู้ใดไม่เสพเหล้าและอาหารคาว รักษากายใจให้บริสุทธิ์ผู้นั้นจะมีกลิ่นกายหอมคล้ายไม้จันทน์
พูดถึงกลิ่นไม้จันทน์ วันหนึ่งเมื่อเจ้าได้กลิ่นไม้จันทน์แล้ว หันไปก็ได้พบพระโพธิสัตว์กวนอิมประทับอยู่ ณ ที่นั้น อย่าได้เที่ยวบอกเล่าไป เพราะจะกลายเป็นเพ้อเจ้อ นิมิตเห็นดอกบัวขาว เห็นแสงสว่างเจิดจ้าบนหลังคาบ้าน ฯลฯ เป็นนิมิตมงคลในใจก็พอแล้ว
การปฏิบัติบำเพ็ญให้เห็นชัดในธรรมะ ในสัจธรรมในพระโองการจริง มิให้ติดนิมิตใด ๆ ที่ถ่ายรูปแล้วปรากฏอะไรแปลก ๆ ไม่ใช่ไม่มีแต่อย่าอยากให้มี ทุกอย่างมีเหตุปัจจัยส่งผลให้เป็นการเฉพาะเท่านั้น มิใช่จะเรียกร้องเอาได้
เมาเหล้าจะทำผิดได้ทุกอย่าง ผิดกามได้ไม่ว่ากับพี่น้อง คนใช้ ลูกหลานหรือใคร บางคนเขียนเช็คให้เขาตอนเมาเหล้าถึงกับล้มละลายไปเลย ติดต่อค้าขายสังคมกัน เลี้ยงอาหารเครื่องตื่มอื่น ๆ ให้ความจริงใจต่อกันจะดีกว่า ไม่ต้องเลี้ยงเหล้า พอเมาเหล้าความอายก็หายหมด

คนที่ผิดหวังเสียใจทำไมดื่มเหล้า เพราะเมาแล้วคิดถึงอยากได้หญิงสาวมาย้อมใจก็ได้อย่างที่คิดเหมือนดมกาว ตมสารระเหยเสพติด เขาจะหลงภาพลวงตาที่เกิดขึ้นตรงหน้าเหมือนของจริง สิ่งเสพติดทุกอย่างเสพติดง่ายแต่ตัดใจเลิกยาก
ก่อนออกจากบ้านพิถีพิถันแต่งตัว พอเหล้าเข้าปากผมก็เริ่มปรกหน้า เสื้อผ้าก็หลุดลุ่ย ไม่เหลือบุคลิกงามสง่าของครูบาอาจารย์ ของสามี ของพ่อ ของปู่ ของคนที่น่าเคารพนับถืออีกเลย พูดหยาบคายไขความลับได้แก้ผ้าได้ไม่อับอาย
ฆ่าฟันตบตีด่าทอพ่อแม่ เปิดนรกสิบแปดขุมให้ตัวเองทันที ผู้หญิงดื่มเหล้าเมายิ่งน่าเกลียด ถูกใครรังแกล่วงเกินก็ไม่รู้ตัว มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม ท่านจอมปราชญ์ขงจื้อ จึงได้อุทานด้วยความสมเพชตั้งแต่เมื่อสองพันกว่าปีก่อนว่า “ฉันไม่เคยเห็นผู้กระหายในคุณธรรมเหมือนดังกระหายในกามเลย” เมื่อ “กาม” เข้าครอบงำ “คุณธรรม” ก็หายไป เมาแล้วจิตใจฟุ้งซ่านทะยานอยากผิด ๆ ท้าทายกล้าเสี่ยง ศีลข้อไหนก็รักษาไว้ไม่ได้
แพร่งพรายไตรรัตน์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ไม่อยู่ในสายตา พบคนเสเพลขี้เหล้าเมายา ถ้าตักเตือนได้ก็ตักเตือนไป ตักเตือนไม่ได้ให้หลีกหนี ถ้าเขาไม่มีรากบุญกุศล อย่าพยายามดึงเขามารับวิถีธรรม เจ้าอาจช่วยเขาไม่ได้ แต่กลับถูกแรงกรรมของเขาฉุดไป เพราะสมาธิความมั่นคงของเจ้ายังไม่อาจเทียบเท่าพระพุทธะ

เจ้าอาจจะรู้สึกว่าอยู่กับวงการธรรมะนาน ๆ เข้าเลยแยกตัวจากสังคมไป แท้จริงแล้วไม่ใช่ ไม่ได้แยกและไม่ต้องแยก เพียงแต่เจ้าจะต้องรู้จักใช้ด้านสว่างของวงการธรรมะไปปรับสภาพด้านที่เป็น ความมืดของสังคมภายนอกให้ได้อย่างเหมาะสมเท่านั้น เจ้าไม่ต้องกินเหล้าเมายากับเขา แต่เจ้าก็ยังเป็นคนหนึ่งในสังคมนั้น
รู้ว่ากินเหล้าเมายาผิดศีล แต่ก็ยังทำ ทำแล้วใจคอก็จะหวั่นวิตกไม่เบิกบาน จึงต้องสำนึกผิดทุกวัน หลงใหลอยู่ในความเมาวันแล้ววันเล่า ไม่มีเวลาตื่นใจ ไม่มีสติที่จะมองหานิสัยสันดานไม่ดีของตัวเองจึงไม่ได้แก้ไข รากเหง้าของกุศลบุญก็เน่าเปื่อยไป เวลาเมา ท่อน้ำกว้างแค่คืบก็ก้าวไม่พ้น
เมื่อตายแล้วจะก้าวข้ามทะเลทุกข์ ทะเลเกิดตายได้หรือ เมื่อมีชีวิตอยู่ ทิ้งนิสัยสันดานชั่วไม่ได้ ตายแล้วจะไม่ยึดมั่นในอุปาทานได้หรือ ผู้สำรวมในศีลจึงมีปัญญาเป็นหัวใจ ส่วนผู้ที่ยึดมั่นในอุปาทานมีความโง่เขลาเป็นหัวใจ
เหล้า มีกับแกล้มเป็ฯเพื่อนที่เหมาะสมเข้ากันดีคือ เนื้อสัตว์ ส่วนมากคนที่กินเหล้าจึงชอบกินเนื้อสัตว์ คนกินเนื้อสัตว์จึงชอบกินเหล้า เหล้ามีกามตัณหาเป็นเพื่อนคู่ใจ คนที่กินเหล้าจึงมักจะชอบเรื่องกาม คนที่ชอบเรื่องกามจึงชอบกินเหล้า ทั้งหมดนี้เจ้าก็รู้ดีว่าเป็นเหตุที่นำไปสู่หนทางนรก

ศีลห้าจากพระอาจารย์(พระพุทธจี้กง) 4



บทมุสาวาจามิชอบ

วาจามิชอบเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดบาปอื่น ๆ การบรรยายธรรม ปาถาฐา ฯ จะต้องมีสาระในทางเสริมสร้าง จึงจะนับว่าเป็นนักพูดที่ได้รับความสำเร็จ
คนค้าขายจะไม่ให้ผิดข้อมุสานั้นยาก ทางที่ดีเมื่อค้าขายได้เงินทองของเขามาแล้วแบ่งเงเนส่วนหนึ่งไปทำบุญทาน อุทิศให้เขา และชดเชยความผิดของตนเสีย
แต่ช่วยพูดจาส่งเสริมญาติธรรมจะต้องติดตามผล ให้วิเคราะห์ความทุกข์ของเขาจากความเป็นจริง อย่าพูกให้เขาหลับหูหลับตามารับธรรมะ อย่าเหมาว่ารับธรรมะแล้วจะหายจากโรคภัยนั้น ๆ หรือกินเจตลอดชีวิตแล้วตั้งตำหนักพระจะหายจากโรคมะเร็งได้
จงส่งเสริมให้เขาเข้าใจหลักสัจธรรมด้วย มีกำลังความสามารถเท่าไรก็พูพไปเท่านั้น ไม่พูดเกินกำลังความเป็นจริง มีคำกล่าวว่า “พูดปดไปเพียงคำเดียวจะต้องหาคำโกหกมาปิดบังคำพูดนั้นอีกถึงสิบคำ” พูดปดบ่อย ๆ จะกลายเป็นความเคยชิน “วาจามิชอบเป็นอาวุธฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น” “อย่าเที่ยวได้ปากยื่นปากยาวไปบ้านเหนือบ้านใต้”

พูดเพ้อเจ้อถือเป็นว่จามิชอบ แต่ถ้าพูดแบบอารมณ์ขันทำให้ผู้อื่นคลายทุกข์ได้ไม่ผิด เขายกย่องชมเชย ซึ่งแม้เจ้าจะดีอย่างที่เขาชื่นชมจริง แต่เจ้าก็ปฏิเสธคำชมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนว่าไม่จริงอย่างนี้ไม่ผิด ทุกคนชอบฟังคำพูดที่ทำให้สบายใจ วาจาดีเป็นสะพานเชื่อมบุญสัมพันธ์
ถามทุกข์สุข แนะนำปลอบโยน ชื่นชมให้กำลังใจ ชาติก่อนชอบนินทาว่าร้าย ชาตินี้จะถูกทำลายชื่อเสียงมีอุปสรรคถูกขัดขวางถูกด่าว่าพูดจาไม่มีใครรับ ฟังน้ำเสียงไม่ไพเราะ อ้ำอึ้งพูดกำกวมไม่ชัดเจนฯ ผู้ผิดศีลข้อมุสาใช้วาจามิชอบ จะบำพ็ญอย่างไรก็ไม่ได้สัมโพธิผล
ศีลห้าไม่บริสุทธิ์ บกพร่องช้อใดก็ตาม จะไม่อาจบรรลุสัมโพธิมรรคทั้งสิ้น ผู้ผิดศีลข้อมุสาใช้วาจามิชอบ กลิ่นปากจะเหม็นเป็นประจำรักษาไม่หาย กลิ่นตัวแรง ยิ่งกินเนื้อสัตว์จะยิ่งกลิ่นตัวแรง กินเจจะทำให้คลายลง
ผู้สำรวมรักษาศีล ใช้วาจาชอบ ปากจะมีกลิ่นหอมเหมือนดอกอุบลวรรณ ศพของผู้บำเพ็ญบางคนถูเผาแล้ว ฟันยังคงอยู่ไม่ถูกเผาไหม้ทั้งสามสิบสองซี่ก็มี ผู้ใช้วาจาชอบจะเป็นที่เชื่อถือยินดีแก่ตนทั้งหลายไม่ต้องมีสิ่งซ่อนเร้น จะไม่มีเสียงหยาบคายรบกวนหู รบกวนใจ

พูดเกินความเป็นจริงบางอย่างด้วยเจตนาดีเพื่อฉุดช่วยนำพาเขาให้พ้นทุกข์ไม่ ถือเป็นวาจามิชอบ “กวนใจ ทำลายสติ ให้เขาคิดมากลำบากใจ” “ทำลายสายสัมพันธ์ให้เขาแหนงหน่ายไม่ลงรอยกัน” “หยอกล้อล่วงเกินให้เขาอับอายเกิดปมด้อย” ฯลฯ เหล่านี้ล้วนผิดศีลมุสาใช้วาจามิชอบ มีเกร็ดประวัติเรื่องหนึ่ง ซึ่งท่านบรมครูขงจื้อถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจศิษย์ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้น คือ เช้าวันหนึ่งศิษย์คนหนึ่งอยู่เวรทำอาหาร ข้าวต้มสุกแล้ว บังเอิญเศษอะไรชิ้นเล็กๆตกจากเพดานลงไปในข้าวต้ม ศิษย์ผู้นั้นกลัวจะเป็นอันตรายแก่ท่านบรมครู จึงตักเศษอะไรนั้นใส่ปากเพื่อพิสูจน์ว่ามันคืออะไร
ท่านบรมครูชี้ให้ศิษย์อีกคนหนึ่งดู ศิษย์ผู้นั้นลุกขึ้นตรงเข้าไปว่ากล่าวติเตือนเพื่อนทันทีว่า “เสียมรรยาทแองกินอาหารก่อนท่านครู” ศิษย์ผู้ถูกกล่าวหาร้องปฏิเสธรีบชี้แจงความเป็นจริงด้วยความตกใจ ท่านบรมครูจึงเรียกชุมนุมศิษย์ทั้งหมดแล้วให้คติว่า “สิ่งที่ครูมองเห็นเองยังผิดต่อความเป็นจริงได้แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่เล่า ต่อกันมาล่ะ จากปากที่สามต่อไปความเป็นจริงจะถูกบิดเบือนไปอีกเท่าไร...”

ฉะนั้นก่อนจะสรุปความว่ากล่าวติเตียนใคร จึงให้ระวังคำมุสาวาจามิชอบ “ไม่อยากมีเรื่องกล่าวหาว่าร้าย ให้สงบปากสงบคำอย่าพร่ำพูด” อย่าพูดเอาแต่ได้ อย่าปักหลักพูดแต่ฝ่ายตัวเอง ให้ยืนอยู่เป็นฝ่ายเขา เห็นใจเขา ให้โอกาสเขา พูดเพื่อคนอื่นบ้าง ความบาดหมางจากวาจาจะน้อยลง
มีคนสองระดับที่ไม่นินทาว่าร้าย คือ ผู้มีปัญญาระดับสูง และคนโง่ทึ่มที่สุด ปัญญาสูงเห็นสัจธรรมไม่หวั่นไหวในเสียงรบกวน คนโง่ทึ่มไม่เข้าใจในเสียงรบกวน คนสองระดับนี้จึงบำเพ็ญศีลข้อนี้ได้ดี
จะพูดจานำพาคนมารับธรรมะ อย่าให้เขาเข้าใจผิดว่าเจ้ามีความพึงพอใจในตัวเขา ต้องเอาความเมตตาเป็นเจตนา อย่าเอาอารมณ์ ความรู้สึกพิสมัยเป็นเจตนา ญาติธรรมหนุ่มสาวต้องระวังเรื่องนี้ให้มาก อาชีพหมอดูทำนายทายทักดวงชะตาอาชีพดูทำเลที่ทาง(ฮวงจุ๊ย) ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษาฯ ยิ่งต้องระวังวาจา
พูดผิดพลาดพลั้งไปทำร้ายจิตใจ ทำลายชีวิตอนาคตเขา จะบาปมาก ผู้ไม่ผิดศีลมุสาไม่ใช้วาจามิชอบ ผู้ได้สำรวมปากคำมาสามชาติ ชาตินี้ปลายลิ้นจะแตะถึงจมูก ลิ้นมีสีแดงดังชาดทาไว้ ริมฝีปากอิ่มเกิดเป็นหญิงซี่ฟันจะกว้างหนา เป็นศรีภรรยาเป็นศรีสะใภ้
แต่หากหญิงใดฟันห่าง ลมปากผ่านช่องฟันได้เป็นคนจับจ่ายไม่ยั้งเก็บเงินไม่อยู่ ฟันซี่เรียวเล็กเหมือนฟันหนู เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเจ้าเล่ห์เจ้ากล หญิงใดสุ้มเสียงอ่อนโยนนุ่มทุ้ม มีบุญวาสนาสูงส่ง ลักษณะภายนอกเหล่านี้เป็นเครื่องประกอบให้เจ้ารู้ไว้พิจารณาตัวเอง
บกพร่องส่วนใดก็ให้แก้ไขด้วยการปฏิบัติบำเพ็ญในที่สุดลักษณะด้อยของเจ้าก็จะ กลายเป็นลักษณะดีได้ พวกเจ้าเพ้อเจ้อ มุสา ใช้วาจามิชอบกันวันละมากมายพอๆกับกินข้าวใช่ไหม นี่แหละจะทำให้การปฏบัติบำเพ็ญของเจ้าถูกก่อกวน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยเหมือนกับน้ำข้าวต้มใสๆ ดูเหมือนกับไม่ได้ผิดอะไร แต่ก็ทำให้เจ้าบะดุดได้ สำรวมในศีลอย่างแท้จริง จึงเป็นการบำเพ็ญอย่างแท้จริง
ผู้ได้รับวิถีธรรมแล้วไม่ถือศีลจะเป็นเพียงผู้มีบุญสัมพันธุ์ที่ผ่านเข้ามาในประตูพุทธะเท่านั้น ถือศีลได้บริสุทธิ์ หนึ่งศีลมีหนึ่งเทพยดาคุ้มครองรักษา ไม่สำรวมในศีล สิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพยดาไม่กล้าเข้าใกล้ อีกทั้งไม่อาจปกปักรักษา ถือศีลสำรวมวาจา จะเกิดปัญญามีวาทะศิลป็มีสง่าราศีลักษณะดีงาม

ศีลห้าจากพระอาจารย์(พระพุทธจี้กง) 3





บทกามตัณหา
"อิ่มนัก มักเริงกาม"
"มักมากในกาม เป็นความผิดบาปมหันต์กว่าความผิดบาปใด ๆ"

ความชั่วที่พัวพันคนมากที่สุดในโลก คือ “กามตัณหา” มันร้ายยิ่งกว่า “แอมแฟตตามีน” (ยาม้า) หรือยาเสพติดทุกอย่าง ใครเสพส้องกับมันเพียงครั้งเดียวก็อยากข้องเกี่ยวกับมันเรื่อยไป
“กามตัณหา” เป็นเรื่องสกปรกที่สุดเรื่องหนึ่งในโลก ในเมื่อเราจะบำเพ็ญวิถีโพธิสัตว์ก็ต้องรู้จักควบคุม ระหว่างสามีภรรยากันก็ให้เป็นไปตามจริยธรรมความเหมาะสม กามตัณหาเกิดขึ้นเมื่อใดเหมือนไฟเผาอะไรก็ยั้งไม่อยู่ จึงมีตัวอย่างผู้บำเพ็ญอยู่ในป่าเขาจนใกล้จะบรรลุอรหัตตผลอยู่แล้ว พอกามตัณหาเข้าครอบงำก็เสพกามกับลิงกับแพะ ฯ
การควบคุมเมื่อเกิดอารมณ์กามตัณหาให้ใช้วิธีดับไฟ ไม่ก่อไฟในใจ ไม่กินอิ่มเกินไป ปกติอยู่บ้านให้เดินเท้าเปล่าบ้างใต้เท้าสัมผัสความเย็นของพื้นบ้านจะช่วยลด ไฟราคะได้ ระวังพฤติกรรมอันเป็นเหตุเย้าแหย่ ยั่วยุ ไม่มีอะไรดีกว่าหลีกเลี่ยงไปให้พ้น ไม่ดูนิตยสาร หนังสือ หรือภาพยนตร์ประเภทลามก ไม่เข้าใกล้แหล่งโลกีย์
อย่าให้ภาพเหล่านั้นแปดเปื้อนนัยน์ตาของเจ้าได้ นัยน์ตาของผู้ชายทำชั่วเรื่องนี้กันมาก ตายแล้วนัยน์ตาจึงเน่าก่อน ปัญหาครอบครัวก็เริ่มมาจากนัยน์ตาที่ชอบหาของสดคาวนี่เอง รักษาจิตให้สลบบริสุทธิ์เสมอ อ่านหนังสือธรรมะสวดท่องคัมภีร์บ่อย ๆ เช่น วิสุทธิสูตร ปารมิตาหฤทัยสูตร สัจคัมภีร์พระศรีอาริย์
เกิดอารมณ์เมื่อไรให้ระงับทันที เช่นนี้จึงจะค่อยเบาบางลง ขึ้นหนึ่งค่ำ สิบห้าค่ำข้างจีน วันพระวันโกน วันเฉลิมวันสำคัญของพระพุทธะ พระโพธิสัตว์ พระอริยเจ้าพระองค์ต่าง ๆ อีกทั้งในระหว่างสี่สิบเก้าวันที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เสียชีวิต ให้รักษาศีลถือพรหมจรรย์
แม้พวกเจ้าจะบำเพ็ญอยู่กับครัวเรือนมิได้ออกบวช แต่อาจารย์ก็หวังให้พวกเจ้ารักษาศีลได้บริสุทธิ์ดำเนินรอยตามปฏิปทาพระ โพธิสัตว์ กายใจจะได้สำรวมบำเพ็ญเป็นกระแสเดียวกัน บำเพ็ญอยู่กับครัวเรือน ให้สร้างคุณสัมพันธ์กับคนในบ้าน การไม่ไดแต่งงาน มิได้แสดงว่าเสียสละตนเพื่องานธรรม
หญิงสาวจะต้องรู้จักจัดการกับงานบ้านของพ่อแม่ขณะนี้ให้ดีก่อนที่จะไปเริ่ม ต้นจัดการครอบครัวใหม่ หัวปักหัวปำทำแต่งานธรรมะอย่างเดียวไม่เรียกว่าเสียสละเพื่องานธรรม ทุกคนในครอบครัวเคยเกี่ยวกรรมกับเจ้ามาก่อนทำยังไงจึงจะให้กรรมนั้นสิ้น สุดลงอย่างไม่ร้าวฉานได้ มิใช่ให้หลีกหนี เจ้าคิดว่าจะทั้งภาระนั้นให้ใครดูแล
เจ้าเป็นลูกโทนคนเดียว พ่อแม่และกิจการทางบ้านเจ้าเห็นเป็น “เครื่องพันธนาการ” เจ้าไปส่งเสริมใคร ๆ ให้ละวางพนธนาการต่าง ๆ แต่ “เครื่องพันธนาการ” ของเจ้าเองละ ใครจะเป็นผู้ไปส่งเสริม หรือเจ้ามักจะเห็นว่าพ่อแม่ลูกกันเป็นเช่นห่อสัมภาระ
เจ้าสอนให้ใคร ๆ วางลง หันหลังให้กับพ่อแม่อย่างเด็ดเดี่ยว เจ้าส่งเสริมเขาอย่างนี้หรือ เจ้าสอนให้เขาวางพันธนาการนั้นลงไปปฏิบัติโพธิสัตว์ปฏิปทา ถามหน่อยเถอะ กรรมที่เกี่ยวกันมาสิ้นสุดลงอย่างราบเรียบแล้วหรือยัง ผู้ที่หันหลังให้กันไม่ใช่ตัวของเจ้าเอง เจ้าจึงพูดได้ง่าย ๆ
การเป็นสามีภรรยากันล้วนมีเหตุปัจจัยให้มาลบล้างกรรมนั้นต่อกัน อย่าได้ชื่นชมชีวิตคู่ของใครว่าดีนักแล้วชักนำให้เขาแต่งงานกัน และก็อย่าได้คัดค้านไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแต่งงานของใคร เขาจะต้องลบล้างกรรมนั้นต่อกัน ให้เขาเป็นไปตามธรรมชาติ เจ้ามีหน้าที่เพียงชี้แนะให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
ถ้าหากเจ้าเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว เจ้าอยากสำเร็จเป็นโพธิสัตว์ เจ้าปฏิบัติงานธรรมสร้างบุญทุกวันแล้วแม่ของเจ้าล่ะต้องสำเร็จเป็นโพธิสัตว์ ไหม เจ้าทิ้งแม่ให้นอนป่วยอยู่กับบ้านทุกวัน แม่ตกนรกแต่เจ้าขึ้นสวรรค์ บัลลังก์บัวเจ้าจะนั่งได้สบายไหม
เจ้ากินเจแต่แต่งงานไปอยู่บ้านที่ไม่ได้กินเจ จะต้องรู้ว่าเป็นกรรมเก่าที่เจ้าเกี่ยวพันกับเขามา เจ้าเป็นสะใภ้เป็นภรรยา ไม่ทำกับข้าวให้เขากินจะให้ใครทำ ถ้าจำใจต้องทำอาหารเนื้อสัตว์ก็ให้แผ่เมตตากล้าเผชิญว่า “ฉันไม่ลงนรกใครจะลงนรก”
ค่อย ๆ ส่งเสริมเขาไปอย่าใช้ไม้แข็ง สักวันหนึ่งทุกคนในครอบครัวอาจกินเจร่วมกับเจ้าด้วยก็ได้ สังคมปัจจุบันน่าสงสารสามีภรรยาเลิกร้างกันมาก หากเจ้ามีชีวิตคู่ที่อยู่ดีมีสุข อย่าได้โอ้อวดต่อคนที่ชีวิตคู่ล้มเหลว
เตี่ยนฉวนซือมิให้เป็นพ่อสื่อแม่สื่อ ไม่ให้เป็นเถ้าแก่เป็นพยานการแต่งงานของใคร เพราะเตี่ยนฉวนซือถือปณิธานข้อพิเศษสำคัญยิ่ง สามีออกไปปฏิบัติงานธรรมให้รุ้จักขอบคุณศรีภรรยา เธอเป็นแม่บ้านหุงหาอาหารเลี้ยงดูลูกทำงานบ้านทุกอย่างให้ ให้รู้จักยกย่อง เอาใจใส่ ตอบแทนคุณของเธอ
พ่อแม่ยังไม่เข้าใจวงการธรรมะ ด้วยคววามรัก อยากปกป้อง จึงห่วงใยที่ลูกออกไปปฏิบัติงานธรรม อาจพูดจาว่ากล่าวหรือขัดขวางอย่างนี้ไม่ใช่มารทดสอบ ให้ค่อย ๆ ออกมาปฏิบัติงานธรรมอย่างนิ่มนวล
หนุ่มสาวผู้ปฏิบัติบำเพ็ญจะต้องรักนวลสงวนตัวจะแต่งงานจะต้องขออนุญาตจนพ่อ แม่ยินยอมเสียก่อน หลังจากทำพิธีกราบไว้บรรพบุรุษแล้ว จึงจะเป็นสามีภรรยากันได้
ตำหนักพระเป็นสถานที่สูงส่ง อย่าได้อาศัยเป็นสถานที่หาคู่ เรื่องของครอบครัวเกี่ยวข้องกับศีลขือนี้อาจารย์จึงยกตัวอย่างให้ฟัง
ผสมพันธุ์สุนัขไปขาย ไม่ดีไม่งามไม่ควรทำ ขี่ม้าเลนไม่ดีเป็นการกดขี่สัตว์อย่างหนึ่ง ทั้งแรงสะเทือนยังอาจด่อให้เกิดอารมณ์ราคะ ซื้อขายค่าตัวหญิงโสเภณีมีความผิดทางคุณธรรม ล่วงเกินภรรยาของเพื่อน กรรมนั้นจะตามสนอง
สะใภ้ด้วยกันและพี่น้องของสามีมิให้อิจฉาหาความกัน มิฉะนั้นชาติหน้าจะได้ภรรยาปากจัด หาคู่ครองต้องรู้ให้ชัดว่าเขามีคู่อยู่หรือเปล่า ถ้ามีอยู่ก็จงตัดใจคิดเสียว่าไม่มีบุญร่วมกันแม้รูปสวยแค่ไหนก็ไม่เอา มีคู่อยู่แล้วอย่านอกใจ
ทุกคนล้วนอยากมีสามีภรรยาที่อบอุ่น มั่นคงทั้งนั้น เอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วเจ้าก็จะไม่ทำลายชีวิตคู่ของผู้อื่น ปฏิบัติงานธรรมก็ต้องให้เวลากับครอบครัวบ้างอย่าให้เขากล่าวโทษว่า “พระโพธิสัตว์กวนอิมชิงสามีของฉันไป” “พระพุทธจี้กงหลอกเอาภรรยาของฉันไป” ขอร้องทีเถอะ อาจารย์ไม่เคยสอนให้เจ้าหมกอยู่ในตำหนักพระทุกวันเลย
ถ้าถึงขึ้นสุดท้าย สามียื่นคำขาดไม่ให้เจ้าออกมาไหว้พระอีก ภรรยาไม่ทำอาหารให้กิน ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นปัญหาก็จะตามมา บำเพ็ญอยู่กับครัวเรือนจะต้องทำให้ครอบครัวสมบูรณ์พูนสุขไม่ใช่ให้แตกแยก ไม่ใช่หมกตัวอยู่กับตำหนักพระแล้วถือว่าศรัทธาจริงใจ คนที่ไม่ค่อยได้มาตำหนักพระ แต่ที่บ้านของเขาสะอาดเรียบร้อยทุกคนในบ้านสมัตรสมาน ยิ้มแย้มแจ่มใสทุกเวลา
แสดงว่าเขาได้นำเอาธรรมะกลับไปปฏิบัติบำเพ็ญในครัวเรือนแล้วด้วยความศรัทธา อย่างแท้จริง กามตัณหาเป็ฯต้นตอของการเกิดตาย ผู้บำเพ็ญวิถีโพธิสัตว์ถ้าไม่ตัดอารมณ์นี้ แต่สำรวมกายได้จะหมายถึงผู้ปฏิบัติมนุษยธรรมเท่านั้น
ผลแห่งการสำรวมทำให้ไม่ต้องเวียนว่ายใช้หนี้ในวิถีบาป คือ เปรต เดรัจฉาน วิญญาณนรก เกิดชาติใหม่จะได้ครอบครัวบริวารดี สุขกายสุขใจได้บำเพ็ญร่วมกัน ช่วยกันดำเนินวิถีชีวิตคนได้อย่างสมบูรณ์
พระโพธิสัตว์ล้วนกลัวเหตุอันเกิดจากกามตัณหาจึงตัดขาดเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง
ผู้ละกามตัณหาได้ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่เร่าร้อน เกิดฌานสมาธิปัญญาได้ง่าย
ผู้ละกามตัณหาได้ จะเกิดในตระกูลดี พ่อแม่มีศักดิ์ศรี พี่น้องปรองดอง คู่ครองอุ้มชูกัน ลูกหลานกตัญญูเพื่อนพ้องจริงใจต่อกัน
ผู้ละกามตัณหาได้ จะเป็นชื่นชมของเทพยดาฟ้าดิน เป็นที่เคารพยกย่องของคนทั้งหลาย แม้บำเพ็ญสำเร็จไป จะได้พุทธะลักษณะสมบูรณ์งดงาม
ผู้บำเพ็ญแต่โบราณมา ล้วนเห็นกามตัณหาเป็นศัตรูตัวร้าย เมื่อเห็นเหตุอันเป็นตัวยั่วเย้า จะหลีกลี้หนีไปให้พ้นทันทีเหมือนเผชิญกับหอกดาบคมกริบ อันพร้อมที่จะทำให้บาดเจ็บถึงตายได้เช่นนั้น
มีอุทธาหรณ์คำเตือนว่า
"แม้ชายชาญแสนหาญกล้า
จะเชือนหน้าหญิงงามลำบากนัก"
"ผู้ยอมตายภายใต้ดอกโบตั๋น
แม้เป็นผีในโลกันต์ก็ยังเริงชื่นชู้"