27/6/56

เมตตาธรรม

   เมตตาธรรม



จิตเมตตาเริ่มแรกนี้หากทำได้                                  ก็จะเสริมส่งเป็นจิตเมตตาที่ยิ่งใหญ่ 

ทุกคนต่างต้องการความเมตตา                                มากกว่าความอาฆาต

ทุกคนต่างมีเมตตาแต่ไม่รู้ว่าจะใช้อย่างไร                    ขอให้ศิษย์มีจิตใจเมตตาตลอดเวลา

เห็นผู้อื่นทุกข์ยากเราต้องเข้าไปช่วยเหลือ                   เจ้ายังเป็นปุถุชนจำเป็นต้องฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา   

ไม่ว่าจะเป็นการยืน นั่ง                                         ต้องเป็นแบบอย่างของผู้บำเพ็ญ

เราจะสร้างบุญกุศล                                             ไม่จำเป็นต้องสละเงินทองทุกครั้ง

ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินมากมาย                            เรามีปาก เราพูดในสิ่งที่ดีนั้นก็คือ การได้สร้างบุญแล้ว

เงินทองจากการสละสร้างบุญกุศลเพียงเล็กน้อย            อย่าได้ดูแคลนเพราะจะเป็นส่วนหนึ่ง

ที่จะช่วยสร้างอนาคตของธรรมให้สดใสได้เช่นกัน           หากสละแล้ว ต้องสละด้วยใจจริง

จิตใจที่มีแต่ให้ไม่หวังสิ่งตอบแทน                       ช่วยเหลือผู้อื่นผู้ที่มีความทุกข์ยากเราก็จะมีความสุขสบาย

เราสร้างกุศลไปแล้วยังคิดเสียดาย                       ทำมากหรือทำน้อยผลออกมาก็เหมือนกัน

ผู้ที่เสียสละ                                                  จึงจะรู้ซึ้งถึงรสชาติของการเสียสละ       

ผู้ที่ไม่เสียสละ                                               จะไม่รู้ถึงความเข้มข้นของความเสียสละได้เลย

รู้ตัวว่าคิดเล็กคิดน้อย                                       ก็เปิดใจให้กว้าง

รู้ตัวว่าตระหนี่ถี่เหนียว                                     ก็บริจาคทานบ่อยๆ

รู้ตัวว่าพูดหยาบคาย                                        ก็พูดให้น้อยๆหน่อย

รู้ตัวว่าชอบส่อเสียดนินทา                                   ก็ค้นหาความผิดของตัวเอง

ทุกวันเราจะต้องเป็นตัวแทนนำธรรมอันยิ่งใหญ่นี้     ไปบอกต่อผู้อื่นให้ได้รับรู้ เราจึงเป็นผู้มีจิตเมตตาที่ยิ่งใหญ่

                                                                                    พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง
 



ด้วยความห่วงใย


ด้วยความห่วงใย

อย่าได้ดูแคลนตัวเองว่า                                เป็นปุถุชนธรรมดา
เพราะปุถุชนธรรมดาก็คือ                              พุทธะที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า
อย่าท้อถอยหมดกำลัง                                  ก้าวมาถึงจุดนี้มิใช่ง่าย
ขอให้รู้ว่าก้าวไปข้างหน้า                               คือ สวรรค์ ถอยไปคือนรก
หากถามว่าอาจารย์กลัวอะไรที่สุด                      เดิมทีอาจารย์ไม่มีความกลัว
แต่มีความกลัวตอนมีศิษย์                               คือกลัวว่า...ถ้าจากกันไม่เจอกันแล้ว
ถึงตอนนั้นหน้าที่ของอาจารย์ทำได้ไม่เรียบร้อย       และไม่สามารถช่วยศิษย์ขึ้นมาได้         
จึงหวังว่าศิษย์ทุกๆคนจะดูแลตนเองให้ดี              แม้บางครั้งไม่มีใครเข้าใจศิษย์
ขอเพียงศิษย์ให้กำลังใจตัวศิษย์เอง                    อาจารย์จะอยู่เคียงข้างเสมอ
ไม่ต้องกลัวอาจารย์เพียงใช้พัดนี้                        กันกรรมให้ศิษย์ได้ในระยะหนึ่งเท่านั้น
 จะกั้นให้ส่วนหนึ่งส่วนที่เหลือต้องบำเพ็ญ             เพื่อเอากุศลชดใช้ให้กับเขา
ถ้าไม่บำเพ็ญถึงตอนที่อาจารย์กั้นให้ศิษย์ไม่ได้แล้ว   ศิษย์จะร้องขอให้อาจารย์ช่วยอย่างไร
แม้ว่าอาจารย์จะสงสารศิษย์                             จนหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดก็ตาม
อาจารย์ก็ไม่สามารถจะช่วยศิษย์ได้อีกต่อไป           ขอให้ศิษย์ทุกคนของอาจารย์
เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด                           แต่การที่จะเป็นตัวของตัวเองนั้น
ไม่ใช่ปล่อยตามนิสัยของตัวเอง                          แต่ต้องปล่อยตามธรรมชาติของพุทธะที่อยู่ในตัวเรา
ธรรมชาติของการเป็นพุทธะ                             คือ มีสติ มีปัญญา มีสมาธิ
ความรักจากใจอาจารย์แม้จะไม่หวาน                   ไม่มีรอยยิ้มส่งให้
แต่ความรักของอาจารย์                                  ก็มอบให้ทุกคนมิมีวันจาง
งานโปรดสามภพอาจารย์เพียงผู้เดียว                  จะทำสำเร็จได้อย่างไร
ถ้าหากขาดศิษย์ที่คอยช่วยอาจารย์มาตลอด           อาจารย์ขอบใจทุกคน
แม้ศิษย์จะระลึกถึงอาจารย์                               เฉพาะแต่เวลาที่มีความทุกข์ใจเท่านั้น
แต่เวลาสุขใจอาจารย์ก็จะมา                             อยู่เคียงข้างเช่นกัน

 พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

สำรวจตนเอง


สำรวจตนเอง

เมื่อต้องการแก้ไข                             ยึดติดสิ่งใด วางสิ่งนั้นปัญญาก็จะเกิด
แม้ฝนจะตก แม้จะเปียกปอน                 แม้จะร้อนหนาวยิ้มแย้มๆ      
คนเราเมื่อทำผิดแล้ว สำนึกได้ นั่นถือว่า     เป็นผู้ที่มีค่าสูงสุดในโลกา
เราสำนึกอะไร จึงสอนให้คนอื่นสำนึก        หากเราไม่สำนึกไปสอนให้คนอื่นสำนึกนั้นยาก
หากศิษย์ให้อภัยตัวเอง                       ทุกครั้งที่ทำผิดทำผิดเล็กๆน้อยๆเจ้าก็ให้อภัย
จนสะสมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆคิดจะลบล้าง         มันก็ไม่ง่ายแล้วนะ
ศิษย์เอ๋ยการไหว้พระ  ไหว้ใจตัวเองนั้น      ต้องย้อนกลับเข้าข้างใน
 ย้อนในที่นี้ ย้อนด้วยความจริงใจ             ด้วยความสำรวมแลสงบ
 ถ้าหากย้อนมองดูใจตัวเองทุกวัน             ก็จะรู้ว่าเรามีสิ่งใดที่ควรแก้ไข    
 อาจารย์นั้น อภัยให้ลูกศิษย์เสมอและ         ศิษย์ก็อภัยให้ตัวเองเสมอๆ อย่างนี้
 เราก็จะไม่มีความก้าวหน้า

 พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง